กระจูดบ้านควนเคร็ง
NAKHON SI THAMMARAT, THAILAND
เรื่อง: THECRAFTVIEWS EDITORIAL
ภาพ: THECRAFTVIEWS

ช่วงบ่าย เราออกเดินทางจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช มุ่งหน้าไปยัง บ้านควนเคร็ง เพื่อไปดูอีกหนึ่งชุมชนหัตถกรรมสำคัญของเมืองนครศรีธรรมราช ก็คือ ชุมชนจักสานกระจูด
วันนี้อากาศแจ่มใส มีแดดตลอดทาง เมื่อรถเริ่มเข้าสู่พื้นที่ชุมชน ภูมิทัศน์สองข้างทางค่อย ๆ เปลี่ยนจากเมืองเป็นพื้นที่ธรรมชาติของป่าพรุ และสิ่งหนึ่งที่เริ่มปรากฏให้เห็นเป็นระยะก็คือ ต้นกระจูด
แต่ภาพที่ทำให้เรารู้ทันทีว่า “มาถึงแล้ว” ไม่ใช่ป้ายบอกทาง เป็นกระจูดลำต้นยาวกว่าหนึ่งเมตรที่ชาวบ้านนำมาตากแดดอยู่ริมถนน กระจูดถูกมัดเป็นกำ ก่อนคลี่เส้นออกเป็นแนวอย่างเป็นระเบียบ รูปทรงแผ่ออกคล้ายพัด เรียงต่อกันไปตามสองข้างทาง บางช่วงยังมีกระเป๋าจักสานกระจูดวางตากแดดอยู่ใกล้ ๆ
ภาพเหล่านี้กลายเป็นเหมือน ป้ายต้อนรับตามธรรมชาติของบ้านควนเคร็ง ไม่ต้องมีข้อความมากมาย ก็รู้ได้ว่าที่นี่คือชุมชนของคนทำกระจูด

ชุมชนที่งานจักสานยังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ไม่นานนัก เราก็พบป้าย บ้านควนเคร็ง วันนี้เรามีนัดกับ พี่ดำ แฟนของพี่มะลิวัลย์ แห่ง กลุ่มกระจูดมลิวัล ซึ่งจะพาเราเข้าไปดูวิถีการทำงานของคนในชุมชน เมื่อเข้ามาด้านใน บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ บ้านเรือนกระจายตัวท่ามกลางธรรมชาติ ไม่มีภาพของโรงงานหรือสายการผลิตขนาดใหญ่
สิ่งที่เราเห็นกลับเป็นงานหัตถกรรมที่เกิดขึ้นตามพื้นที่เล็ก ๆ รอบบ้าน ใต้ถุน หน้าบ้าน ระเบียง หรือมุมที่มีลมพัดผ่าน เราเดินผ่านบ้านหลังหนึ่ง เห็นคุณยายนั่งอยู่กับพื้น มือกำลังสาน สาด หรือเสื่อกระจูด อย่างคุ้นเคย เราถามว่า “ทำไมยายยังนั่งสานกระจูดอยู่ทุกวัน” คำตอบสั้นกว่าที่คิด “ก็ทำมาตั้งแต่เด็ก เคยชินแล้ว มีเวลาว่างก็นั่งสาน”
สำหรับคนนอก งานจักสานอาจเป็น “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” แต่สำหรับยาย มันอาจเป็นเพียงสิ่งที่ทำมาตลอดชีวิตเหมือนกับการทำกับข้าว ทำสวน หรือกิจวัตรธรรมดาที่ทำทุกวัน ยายบอกเราว่า คนที่สานสาดก็จะถนัดสานสาด ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเปลี่ยนไปสานกระเป๋าได้ทันที เพราะเทคนิค จังหวะมือ และวิธีขึ้นรูปแตกต่างกัน
ประโยคนี้ทำให้เราเห็นว่า แม้ทั้งหมดจะเรียกรวมกันว่า “งานจักสานกระจูด” แต่ภายในงานหนึ่งแขนง ยังมีทักษะเฉพาะของช่างแต่ละคนซ่อนอยู่

แต่ละบ้าน แต่ละความถนัด
เราเดินต่อไปอีกบ้าน คราวนี้เห็นคุณป้ากำลังขึ้นรูป กระเป๋ากระจูดทรงสี่เหลี่ยม มือทำงานอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เหมือนขั้นตอนทั้งหมดถูกจดจำไว้ในปลายนิ้วแล้ว งานที่เห็นส่วนใหญ่ใช้ สีธรรมชาติของกระจูด ต่างจากภาพผลิตภัณฑ์กระจูดเมื่อหลายปีก่อนที่เรามักเห็นการย้อมสีสดและการสร้างลวดลายหลากหลาย
วันนี้ตลาดบางส่วนกลับชื่นชอบความเรียบง่ายของวัสดุจริงมากขึ้น สีธรรมชาติ ผิวสัมผัสของเส้นใย และร่องรอยของงานทำมือ กลายเป็นเสน่ห์ของผลิตภัณฑ์ในตัวเอง ผลิตภัณฑ์พื้นฐานจากหมู่บ้านส่วนใหญ่ไม่ได้มีราคาสูงมาก เพราะยังเน้นตลาดขายส่ง มีพ่อค้าหรือร้านค้าจากภูมิภาคอื่นเข้ามารับซื้อ แล้วนำไปจำหน่ายต่อ
คำสั่งซื้ออาจไม่ได้มากมายเหมือนในอดีต แต่ก็ยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และนั่นหมายความว่า คนในหมู่บ้านยังมีงานทำ มีรายได้เสริม และยังมีเหตุผลให้ทักษะที่เรียนรู้มาตั้งแต่เด็กถูกใช้ต่อไปในทุกวัน

เมื่อกระจูดเดินออกจากหมู่บ้าน
จากงานจักสานพื้นฐานของชุมชน เราเดินทางต่อมายัง กลุ่มกระจูดมลิวัล ตรงนี้เราเริ่มเห็นภาพอีกด้านหนึ่งของกระจูดบ้านควนเคร็ง ฐานของงานยังเป็นวัสดุชนิดเดียวกัน เทคนิคพื้นฐานยังมาจากภูมิปัญญาเดียวกัน
แต่สิ่งที่ถูกเพิ่มเติมเข้าไปคือ การออกแบบ กลุ่มมลิวัลนำงานจักสานกระจูดมาผสมผสานกับวัสดุและเทคนิคงานฝีมือประเภทอื่น ทั้งเส้นด้าย งานถักโครเชต์ และงานปัก พื้นผิวธรรมชาติของกระจูดจึงกลายเป็นเหมือน “ผืนผ้าใบ” สำหรับการสร้างสรรค์
บางใบเพิ่มเส้นด้ายเข้าไปเป็นองค์ประกอบ บางใบใช้การถักสร้างพื้นผิวใหม่ บางใบใช้การปักให้เกิดลวดลายที่มีรายละเอียดมากขึ้น จากกระเป๋ากระจูดธรรมดา จึงเริ่มเคลื่อนเข้าไปใกล้คำว่า Craft + Artistic

จาก Craft Product สู่ Craft Design
สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อมีงานฝีมืออีกชั้นหนึ่งเข้ามาประกอบ งานแต่ละชิ้นแทบไม่เหมือนกันทั้งหมด ความไม่เหมือนกันนี้เองที่สร้างคุณค่า เพราะลูกค้าไม่ได้ซื้อเพียง “กระเป๋ากระจูด” แต่กำลังเลือกงานที่มีบุคลิก มีรายละเอียด และมีความเป็นชิ้นเดียวเฉพาะตัว Unique Piece เมื่อผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างมากขึ้น ราคาจึงไม่จำเป็นต้องแข่งขันด้วยต้นทุนเพียงอย่างเดียว มันสามารถแข่งขันด้วย
ความคิดสร้างสรรค์
งานฝีมือ
เรื่องราว
และการออกแบบ
ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มจึงสามารถเดินทางออกจากชุมชน ไปสู่การออกร้านในกรุงเทพฯ และหัวเมืองสำคัญต่าง ๆ ได้ กลุ่มลูกค้าก็เปลี่ยนตามไปด้วย จากผู้ที่ซื้อของใช้ทั่วไป ไปสู่คนที่มองหา งานคราฟต์ดีไซน์ ซึ่งต้องการของที่แตกต่าง มีที่มา และยังสัมผัสได้ถึงฝีมือของคนทำ

กระจูดเดียวกัน แต่เดินได้สองเส้นทาง
การเดินทางครั้งนี้ทำให้เราเห็นผลิตภัณฑ์กระจูดอยู่สองภาพอย่างชัดเจน ภาพแรก คือ Local Craft งานพื้นถิ่นที่ยังทำด้วยวิธีเดิม รูปแบบไม่ซับซ้อน ราคาจับต้องได้ ผลิตเพื่อขายส่งและสร้างรายได้ให้คนในหมู่บ้าน
อีกภาพหนึ่ง คือ Contemporary Craft Design งานที่นำภูมิปัญญาเดิมมาต่อยอดด้วยการออกแบบ ผสมผสานวัสดุ เทคนิค และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่า
ทั้งสองแบบไม่จำเป็นต้องแทนที่กัน และเราไม่คิดว่างานแบบหนึ่ง “ดีกว่า” อีกแบบหนึ่ง เพราะต่างมีหน้าที่ของตัวเอง งานพื้นถิ่นทำให้คนจำนวนมากในชุมชนยังมีงานทำ และทำให้ทักษะพื้นฐานถูกส่งต่อ ขณะที่งานคราฟต์ดีไซน์ช่วยเปิดพื้นที่ใหม่ให้กระจูดเดินทางไปพบตลาดและผู้บริโภคอีกกลุ่มหนึ่ง

สองวิถี จุดหมายเดียวกัน
ก่อนเดินทางกลับ เรานึกถึงกระจูดที่ตากเรียงรายอยู่ริมถนนตอนเข้าหมู่บ้าน จากต้นเล็ก ๆ ในพื้นที่พรุ
ถูกตัด ตาก เตรียมเส้น สานขึ้นรูป ก่อนจะกลายเป็นสาดหนึ่งผืน กระเป๋าหนึ่งใบ หรือผลิตภัณฑ์คราฟต์ดีไซน์ที่เดินทางไปไกลถึงตลาดในเมืองใหญ่
เส้นทางของแต่ละชิ้นอาจไม่เหมือนกัน บางชิ้นยังคงอยู่กับวิถีพื้นบ้าน บางชิ้นเดินเข้าสู่โลกของงานออกแบบร่วมสมัย แต่ทั้งสองเส้นทางมีจุดร่วมเดียวกัน คือการทำให้ ภูมิปัญญาจักสานกระจูดบ้านควนเคร็งยังคงมีคนทำ มีคนซื้อ และมีพื้นที่อยู่ในชีวิตของคนรุ่นต่อไป เพราะบางครั้ง การอนุรักษ์งานหัตถกรรมไม่ได้หมายถึงการเก็บทุกอย่างไว้ให้เหมือนเดิม แต่อาจหมายถึงการเปิดพื้นที่ให้ของเดิม มีทั้งทางที่จะอยู่ต่อ และทางที่จะเติบโตต่อไป
กระจูดมลิวัล 9 ม.1 ต.เคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช 80180 โทร. 097 941 0372
