ย่านลิเภาท่าเรือ
เรื่อง: THECRAFTVIEWS EDITORIAL
ภาพ: THECRAFTVIEWS

ช่วงบ่ายวันหนึ่ง เราออกเดินทางจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช มุ่งหน้าไปยัง ตำบลท่าเรือ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อค้นหาอีกหนึ่งอัตลักษณ์สำคัญของเมืองนคร งานจักสานย่านลิเภา
สำหรับเรา นี่ไม่ใช่การพบกันครั้งแรกกับงานหัตถกรรมชนิดนี้ ย้อนกลับไปในช่วงแรกของโครงการ OTOP ราว พ.ศ. 2545–2550 เราเคยมีโอกาสพานักออกแบบจากประเทศญี่ปุ่นลงพื้นที่ คัดเลือกและร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์จากงานจักสานย่านลิเภา ก่อนนำผลงานไปจัดแสดงที่ประเทศญี่ปุ่น
หลายปีผ่านไป เรากลับมาที่ท่าเรืออีกครั้ง งานจักสานยังคงอยู่ ช่างฝีมือหลายคนยังคงนั่งสานเส้นลิเภาทีละเส้น
แต่ภาพของชุมชนในวันนี้เปลี่ยนไปตามกาลเวลา

จากความชอบ สู่ชีวิตที่อยู่กับย่านลิเภามากว่า 50 ปี
หนึ่งในคนสำคัญของงานจักสานย่านลิเภาท่าเรือ คือ นางวิน แม้นสุรางค์ หรือ “ป้าวิน” ผู้ใช้ชีวิตอยู่กับงานจักสานชนิดนี้มาอย่างยาวนาน เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นใน พ.ศ. 2519 เมื่อป้าวินไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนชุมชนวัดหมน และเห็นการสอนทำผลิตภัณฑ์จากย่านลิเภาโดย ครูเคลือบ ดำอ่อน
จากความสนใจในวันนั้น ป้าวินเข้าไปทดลองเรียน เริ่มตั้งแต่การปอก ขูด และเตรียมเส้นลิเภา ก่อนกลับมาฝึกฝนด้วยตนเองที่บ้าน วัตถุดิบในยุคนั้นหาได้จากพื้นที่ป่าพรุใกล้ชุมชน ชาวบ้านมักนั่งทำงานร่วมกัน แลกเปลี่ยนวิธีสานและเรียนรู้จากกันและกัน จนงานลิเภาค่อย ๆ กลายเป็นอาชีพเสริมที่สำคัญของคนในพื้นที่
กระเป๋าใบแรกที่ป้าวินทำสำเร็จ ถูกนำไปขายยังร้านของที่ระลึกบริเวณท่าวังในราคา 800 บาท จากกระเป๋าใบแรก กลายเป็นงานที่อยู่กับชีวิตมานานกว่าครึ่งศตวรรษ

ลายสานที่ไม่ได้เกิดจากตำรา
สิ่งที่น่าสนใจในงานของป้าวิน คือการไม่หยุดอยู่กับลายเดิม เธอมองหาแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัว ทั้ง ผ้าทอ ผ้าไหมมัดหมี่ และลวดลายพื้นถิ่น ก่อนนำมาถอดองค์ประกอบและออกแบบใหม่ให้เหมาะกับโครงสร้างของงานจักสานย่านลิเภา
ส่วนรูปทรงของกระเป๋า ก็มักเริ่มต้นจากการสังเกตกระเป๋าที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน แล้วตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า “ถ้าเราทำกระเป๋าแบบนี้ด้วยย่านลิเภา จะทำอย่างไรให้สวย” การคิด ทดลอง และเรียนรู้ด้วยตัวเองเช่นนี้ ทำให้งานแต่ละชิ้นมีรายละเอียดเฉพาะตัว
โดยเฉพาะกระเป๋าย่านลิเภาที่นำไปผสมผสานกับ งานเครื่องถมนคร ทั้งถมเงินและถมทอง ซึ่งทำให้งานจักสานพื้นบ้านก้าวไปสู่งานหัตถศิลป์ที่มีความประณีตและมูลค่าสูงขึ้น

งานเก่ายังอยู่ แต่คนทำกำลังสูงวัย
สิ่งที่เราเห็นชัดที่สุดในการกลับมาครั้งนี้ ไม่ใช่การหายไปของงานย่านลิเภา แต่คือ ความร่วงโรยของคนรุ่นที่สร้างงานเหล่านี้ขึ้นมา ป้าวินและสมาชิกจำนวนมากเดินทางมาถึงช่วงปลายของชีวิตการทำงาน ขณะที่คนรุ่นใหม่ที่เลือกเข้ามาสืบทอดทักษะการจักสานอย่างจริงจังมีจำนวนไม่มากนัก
วันนี้จึงมี ลูกสาวของป้าวิน เข้ามาช่วยดูแล โดยเฉพาะด้านการตลาด การรับออร์เดอร์ และการเชื่อมต่อกับลูกค้าภายนอก บทบาทของคนรุ่นลูกอาจไม่ได้เริ่มต้นจากการนั่งสานแทนแม่ทุกขั้นตอน แต่เป็นการช่วยสร้างพื้นที่ให้ฝีมือของแม่และสมาชิกในกลุ่มยังสามารถเดินต่อไปได้
ปัจจุบันยังมีสมาชิกกว่า 40 ชีวิต เชื่อมโยงอยู่กับกลุ่ม หลายคนเป็นผู้สูงวัยที่ยังคงมีทักษะอยู่ในมือ และงานจักสานก็ยังเป็นทั้งรายได้เสริม กิจวัตรประจำวัน และความภูมิใจที่พวกเขาสั่งสมมาตลอดชีวิต

มากกว่ากระเป๋าหนึ่งใบ
ผลิตภัณฑ์ที่เราเห็นในวันนี้ยังคงรักษารูปแบบของงานย่านลิเภาแบบดั้งเดิมไว้ค่อนข้างชัด ทั้งรูปทรง เทคนิคการสาน และลวดลาย บางชิ้นเพิ่มรายละเอียดจากงานโลหะเข้ามาเป็น ตัวล็อก หูหิ้ว และองค์ประกอบตกแต่ง ช่วยยกระดับความประณีตและทำให้งานมีบุคลิกเฉพาะของนครศรีธรรมราชมากขึ้น
ในโลกที่งานออกแบบเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่เพียงการตั้งคำถามว่า “เราจะทำให้งานลิเภาทันสมัยขึ้นได้อย่างไร” แต่อาจต้องถามพร้อมกันว่า “เราจะทำอย่างไรให้คนที่มีฝีมือเหล่านี้ยังมีพื้นที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจร่วมสมัย”
เพราะเบื้องหลังกระเป๋าแต่ละใบ ไม่ได้มีเพียงเส้นลิเภาที่ถูกสานเข้าด้วยกัน แต่มีเวลา ความทรงจำ ทักษะของคนหนึ่งรุ่น และรายได้ของหลายครอบครัวซ่อนอยู่ในนั้น

ชุมชนหัตถกรรมที่ยังมีลมหายใจ
ก่อนออกจากท่าเรือ เรามองเห็นสมาชิกในกลุ่มยังคงนั่งทำงานอยู่ในมุมเดิม มือค่อย ๆ จับเส้นลิเภาเรียงเข้าหากันทีละเส้น ภาพตรงหน้าไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนโรงงาน และไม่ได้เหมือนร้านขายของที่ระลึก มันคือ ชุมชนหัตถกรรมจริง ๆ
สถานที่ซึ่งคนสูงวัยยังได้ใช้ฝีมือที่สะสมมาตลอดชีวิต มีงานทำ มีรายได้ช่วยเหลือครอบครัว ได้พบเพื่อน และรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำยังมีคนเห็นคุณค่า แม้งานจักสานย่านลิเภาท่าเรือในวันนี้อาจไม่ได้เฟื่องฟูเหมือนในอดีต แต่การที่คนรุ่นลูกยังพยายามประคองตลาด ขณะที่คนรุ่นแม่ยังคงประคองเส้นลิเภาอยู่ในมือ ทำให้งานหัตถกรรมเก่าแก่ของเมืองนครยังไม่กลายเป็นเพียงเรื่องเล่า
ตราบใดที่ยังมีคนสาน
ยังมีคนใช้
และยังมีคนเห็นคุณค่า
งานย่านลิเภาท่าเรือก็ยังมีลมหายใจ

ป้าวิน ย่านลิเภา ต.ท่าเรือ อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช โทร. 083 390 7332
